บนโลกนี้จะมีคนจำพวกหนึ่งที่ไม่สนเทศกาล ไม่ว่าวันไหนๆในหนึ่งปีพวกเขาจะไม่เห็นความแตกต่าง กิจวัตรในทุกๆวันเหมือนกันแม้คนอื่นจะตื่นเต้นกับเทศกาลหรือวันพิเศษแค่ไหนก็ตาม หรือให้พูดง่ายๆ ไม่โรแมนติกเอาซะเลย

 

                นานาเสะ ฮารุกะเป็นหนึ่งในนั้น

 

                เอาจริงๆ อย่าว่าแต่เรื่องเทศกาลเลย ให้เจ้าตัวสนใจอย่างอื่นนอกจากเรื่องว่ายน้ำกับปลาซาบะให้ได้ก่อนเถอะ

 

                วันนี้วันที่เท่าไหร่เจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจนัก แต่ฮารุกะตื่นเช้าขึ้นมาตามปกติ อากาศเย็นของหน้าหนาวบางครั้งก็หนาวเกินไปจนทำให้นอนไม่ค่อยหลับ เขาลุกขึ้น เก็บที่นอนเสียเรียบร้อย แล้วเข้าไปแช่ในอ่างน้ำแบบที่ชอบทำมาตลอดชีวิต หนึ่งปีแล้วที่เขาเข้ามาใช้ชีวิตในโตเกียวหลังจากจบม.ปลาย ตอนแรกๆก็ไม่ค่อยคุ้น ขนาดที่อิวาโทบิเขายังไม่ค่อยออกไปไหน นับประสาอะไรกับโตเกียวที่เป็นเมืองหลวง  แรกๆเขาจะไปไหนเองยังประหม่า หลงทางจนต้องโทรไปถามมาโกโตะ จะได้ใช้มือถือเป็น(สักที)ก็คราวนี้ 

 

                สุดท้ายก็ลงเอยเป็นว่า นอกจากที่ที่ไปบ่อยๆอย่างมหาวิทยาลัย ซุปเปอร์มาเก็ตที่สถานี และร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ ฮารุกะก็ไม่คิดจะไปที่ไหนอีก

 

                แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยออกไปเปิดหูเปิดตาเลย บ่อยครั้งที่มาโกโตะมักจะชวนเขาไปเที่ยววันหยุด ไม่ก็ทานข้าวเย็นด้วยกัน ตอนแยกกันไปเรียนคนละที่นี่เอง เขาเพิ่งรู้สึกตัวถึงความจริงบางอย่าง เขาเคยชินกับชีวิตที่มีมาโกโตะมาตามไปเรียนทุกเช้า มีอยู่วันหนึ่งเขาลืม แช่น้ำเพลินจนเกือบไปสาย ระหว่างทางไปมหาวิทยาลัยที่ปกติเคยมีคนคุ้นเคยชวนคุยอยู่ใกล้ๆ บัดนี้ก็ไม่มี เวลาที่เขาคุยกับคนอื่นไม่เข้าใจก็ไม่มีคนช่วยไกล่เกลี่ยหรือเดาใจให้ และแน่นอน เวลาขึ้นจากน้ำก็ไม่มีมืออุ่นๆยื่นมาให้จับเป็นหลักยึดบ่อยๆอีก

 

                เขาเคยคิดว่าตัวเองไม่ยึดติดกับอะไร แต่จริงๆแล้วกลับพึ่งพาอีกฝ่ายมากถึงขนาดนี้

 

                คิดแล้วก็เกิดก้อนจุกในใจจนเขาต้องมุดน้ำหนี มันเป็นความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งอึดอัด ทั้งเหงา บอกไม่ถูก

 

                นานอีกเท่าไหร่ไม่รู้ เขาออกมา แต่งตัวด้วยเสื้อยืดกับกางเกงขาสีส่วน ทับด้วยสเวตเตอร์สีอ่อนและนุ่มอุ่น เสร็จแล้วผูกผ้ากันเปื้อน เตรียมตัวทำอาหารเช้า เขามองออกนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าสีฟ้าติดจะหม่นๆ อากาศแบบนี้เหมาะแก่การทำตัวเอื่อยเฉื่อยนัก พอดีกับที่วันนี้เป็นวันหยุด แต่แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ มาโกโตะบอกว่าจะรับออกไปข้างนอก

 

                เจ้าตัวบอกว่าเสร็จจากงานกลุ่มที่มหาวิทยาลัยแล้วจะมา น่าจะซัก 11 โมงเช้า ฮารุกะมองดูนาฬิกา เพิ่ง 9 โมงกว่า ดังนั้นเขาจึงลงมือทำอาหารแบบไม่เร่งรีบนัก เสร็จแล้วเอามากินพลางเปิดทีวี รายการที่ฉายตอนนี้ฉากหลังเป็นสีแดงสด ตกแต่งด้วยรูปหัวใจสีชมพูและแดง พิธีกรสองคนพูดถึงการเตรียมของขวัญสำหรับคนรักในวันแห่งความรัก ว่าแล้วก็ตัดไปภาพสาววัยรุ่นคนหนึ่งกำลังทำช็อกโกแลต

 

                ฮารุกะเคี้ยวข้าวกับปลาซาบะ ในใจไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ พอกินเสร็จเขาก็ปิดทีวีแล้วเอาจานไปล้าง เก็บกวาดห้องอีกนิดหน่อย จากนั้นเปิดทีวีอีก เลือกไปช่องที่มีรายการสารคดีสัตว์โลก กำลังดูถึงตอนที่วาฬเพชฌฆาตกำลังล่าแมวน้ำ  และแล้วก็ยินเสียงกดออด มาโกโตะคงมาแล้ว

 

                มาโกโตะเปิดเข้ามา บ่นอีกแล้วว่าเขาน่าจะหัดล็อกประตูหน่อย เขาแย้งกลับว่าปกติก็ปิดแต่ครั้งนี้แค่ลืม ใบหน้าคุ้นเคยคิ้วขมวดแต่ก็ยังยิ้ม เขาสังเกตว่าวันนี้เจ้าตัวมีถุงกระดาษสีขาวติดตัวมาด้วย พอถามว่านั่นอะไร มาโกโตะก็หิ้วมาให้ดูที่โต๊ะ

 

                ข้างในถุงมีกล่องช็อกโกแลตไม่ต่ำกว่า 5 กล่อง ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง บ้างห่ออย่างน่ารัก บ้างให้ความรู้สึกหรูหรา มาโกโตะยิ้มเขินๆ บอกว่าเมื่อเช้าไปมหาวิทยาลัยก็มีคนเอามาให้เยอะแยะ

 

                อยู่ๆฮารุกะก็รู้สึกหงุดหงิด "ของโปรดนายนี่ ดีจังนะ"

 

                "อื้ม ทุกคนอุตส่าห์เอามาให้ จะกินทุกกล่องเลยล่ะ" ได้ยินเจ้าตัวว่ายังงั้นฮารุกะก็ยิ่งหงุดหงิด  เขาไม่คิดจะหยิบกล่องพวกนั้นขึ้นดูอยู่แล้วเพราะเป็นของส่วนตัวของมาโกโตะ แต่สายตาก็ชำเลืองไปเห็นขอบซองจดหมายที่โผล่ออกมาจากกล่องใบหนึ่ง ท่าทางว่าในนี้ต้องมีบางกล่องที่แฝงความนัย

 

                ถ้ามาโกโตะได้อ่านมัน อะไรๆจะเปลี่ยนไปกว่านี้อีกมั้ยนะ?

 

                ไม่ทันได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น มาโกโตะก็บอกว่าจะพาเขาไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ มีโชว์โลมาตอนบ่ายสอง ถ้าออกไปตอนนี้ ก็พอดีกินข้าวเที่ยงกับเดินดูส่วนอื่นของพิพิธภัณฑ์ด้วย  ไม่นานพวกเขาก็ออกไป อากาศแม้จะยังหนาวอยู่แต่ก็ไม่หนาวมากแล้ว มาโกโตะเริ่มชวนคุยตามปกติ ตั้งแต่เรื่องรองเท้ารุ่นใหม่ไปจนเรื่องมหาวิทยาลัย ฮารุกะแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่รู้สึกว่าตัวเองคาดหวังว่ามาโกโตะจะพูดเกี่ยวกับคนให้ช็อกโกแลตบ้าง ซึ่งก็มีจริงๆ คนหนึ่งเป็นเพื่อนมาโกโตะที่มหาวิทยาลัย แต่ก็เหมือนให้ตามธรรมเนียม เพราะคนอื่นๆในกลุ่มก็ได้กันหมด จริงๆเขาอยากจะถามถึงช็อกโกแลตที่มีซองจดหมาย แต่ก็ต้องกลืนคำพูดเข้าไปเพราะเกรงจะดูแปลกๆ

               

                ระหว่างทางผ่านถนนที่คนพลุกพล่าน เพราะวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ ไม่ว่าจะมองผ่านมุมไหนก็เห็นคู่รักจูงมือกันขวักไขว่ ร้านรวงเองก็ได้โอกาส ตกแต่งร้านและจัดโปรโมชั่นสำหรับคู่รัก บางร้านมีคนแต่งมาสคอตน่ารักๆเชื้อเชิญให้คนเข้าไป บางร้านก็เล็งเห็นอีกโอกาส เปิดโปรโมชั่นย้อมใจคนโสด ใครมาโดดๆรับไปเลยช็อกโกแลตฟรี ถึงใครไม่รักแต่ทางร้านรักคุณๆนะจ๊ะ ทำนองนี้  แต่ก็มีเยอะเหมือนกันที่แจกช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆตามรายทางเพื่อโปรโมทร้าน พวกเขาเดินผ่านก็ได้มาคนละชิ้น ฮารุกะมองมาโกโตะ วันนี้เจ้าตัวได้ช็อกโกแลตของโปรดเยอะแยะคงจะดีใจสีหน้าเลยสดชื่นใหญ่ พอเห็นอีกคนมีความสุขเขาก็มีความสุขไปด้วย เรื่องช็อกโกแลตพร้อมซองจดหมายค่อยๆเลือนหายไปจากสมอง

 

                เดินเพลินๆก็มาถึงพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกันแล้ว แน่นอนว่าที่นี่เองก็มีโปรโมชั่นวันวาเลนไทน์ เป็นซุ้มบอลลูนอาร์ทไว้ให้ถ่ายรูป คู่รักเยอะเหมือนกันที่เลือกมาเดทที่นี่ ต่อแถวซื้อตั๋วแป๊บนึงก็ได้เข้า เพราะเที่ยงแล้วเลยตกลงกันจะไปกินข้าวก่อน กระทั่งร้านข้าวของพิพิธภัณฑ์ก็มีเมนูพิเศษวันวาเลนไทน์ แต่ไฉนเลยฮารุกะจะสนใจ เขาสั่งซาบะมิโสะโดยไม่ต้องคิด ส่วนมาโกโตะสั่งแฮมเบิร์ก

 

                กินกันเสร็จก็มาเดินย่อยอาหารก่อนจะถึงโชว์  โซนแรกของพิพิธภัณฑ์เป็นทางเดินเส้นตรง กว้างมากอยู่ ผนังมีตู้ปลาทอดยาว แบ่งกั้นเป็นส่วนๆ  โซนนี้จัดไว้สำหรับปลาสวยงามตามท้องทะเล แค่เห็นสีสันสดใสต่างๆกันกำลังแหวกว่ายก็ทำเอาเขาตาเป็นประกายอย่างคุมไม่อยู่ ในตู้เองก็จัดปะการังกับดอกไม้ทะเลได้สวยมาก ฮารุกะจับจ้องอยู่นานสองนาน กว่าจะยอมเข้าไปโซนที่สองซึ่งเป็นห้องโถงวงกลมใหญ่ๆสำหรับสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ขึ้นมา มีทั้งปลา ปู กุ้ง หมึก งูทะเล ตรงกลางเป็นซุ้มเสารูปห้าเหลี่ยมด้านเท่า แต่ละมุมมีเสาหนึ่งต้น แต่ละต้นมีแมงกะพรุนพันธุ์ต่างๆจัดพร้อมแสงสี  ส่วนตรงกลางซุ้มเป็นตู้ปลารูปกลมใหญ่ๆ เป็นการจัดระบบนิเวศปะการังขนาดย่อม มีปลาสวยงามแบบเดียวกันกับโซนที่ 1หลายๆชนิดอยู่ด้วยกัน พร้อมด้วยม้าน้ำ ดาวทะเล และดอกไม้ทะเล ถัดไปก็เป็นโซนที่สาม เป็นตู้ปลาขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกมากๆ สูงเท่าผนัง กว้างจนสุดทาง แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นฝูงฉลามขาวท่ามกลางโขดหินตั้งตระหง่าน มีปลาตัวเล็กๆบางชนิดอยู่ด้วย ฮารุกะจ้องหน้าฉลาม หน้าตาดูมันดูหงุดหงิดเล็กน้อย ถ้านางิสะกับรินมาด้วย นางิสะต้องล้อว่ามันเหมือนรินตอนหัวเสียแน่ๆ อีกส่วนเป็นวาฬเพชฌฆาตสองตัว เป็นตู้โล่งๆ ไม่มีปลาอื่นอยู่ด้วย เขาเดาว่าน่าจะเป็นเพราะวาฬเพชฌฆาตเป็นสัตว์ที่หน้าตาน่ารักแต่นิสัยดุร้าย การจัดไว้ร่วมกับปลาอื่นๆอาจจะทำให้ปลาอื่นไม่ค่อยปลอดภัย เขามองคนข้างกายที่ชอบโดนเปรียบเทียบกับสัตว์ทะเลชนิดนี้ พอดีกันกับที่ดวงตาสีเขียวเหลือบมาทางเขา ดวงตานั้นฉายแววอ่อนโยน

 

                "หืม? มีอะไรรึเปล่าฮารุ?" ถึงตรงนั้นฮารุกะรู้สึกหน้าร้อนแปลกๆ รีบปฏิเสธบ่ายเบี่ยงเดินนำหน้าไป ถัดจากโซนถัดไปที่เป็นอุโมงค์น้ำ พอเงยหน้าขึ้นดู ความตื่นตาใต้ทะเลก็ทำเอาที่หน้าร้อนๆอยู่หายไปสิ้น เขามองดูโขดหินตั้งตระหง่าน มีปูแมงมุมยักษ์หลายตัวไต่อยู่บนนั้น ข้างบนมีปลาสวยงามเล็กๆที่อยู่กันเป็นฝูงว่ายเวียนไปมา ปลากระเบน เต่าทะเล  และที่น่าตื่นใจที่สุดเห็นจะเป็นฉลามวาฬตัวเขื่อง

 

                เขาจ้องดูอยู่เพลิน รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนมาโกโตะสะกิดบอกว่าบ่ายโมง 45 แล้ว พวกเขาขึ้นไปรอตรงชั้นจัดแสดงโชว์โลมาที่เป็นอัฒจันทร์ใต้ร่มอยู่ข้างหน้าสระน้ำใหญ่ คนค่อนข้างเยอะ บ่ายสองตรงพิธีกรพูดเปิดเล็กน้อยแล้วการแสดงก็เริ่ม โลมาพวกนี้แสนรู้มาก มีทั้งเล่นลูกบอล กระโดดข้ามห่วง หลังจากนั้นเองพิธีกรประกาศโชว์พิเศษ เริ่มต้นด้วยระบำโลมาประกอบเพลง ไม่นานนักคนฝึกโลมาหญิงก็ถือม้วนพลาสติกม้วนหนึ่งเข้ามาในสระ โลมาสองตัวใช้จมูกดันเธอให้ยืนเหนือสระน้ำ แล้วเธอก็คลายม้วนออก ข้างในเป็นข้อความว่า อากิโกะ แต่งงานกับผมนะ

 

                เสียงฮือฮาดังกระหึ่ม แล้วสายตาก็จับจ้องไปยังหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่นั่งอยู่แถวหน้า ฝ่ายชายเปิดกล่องแหวนให้เจ้าสาว ในขณะที่ฝ่ายสาวร้องไห้หน้าตาปลื้มปิติ ตอนที่สาวเจ้าจับมือชายหนุ่มไว้แล้วพยักหน้ารับก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นเกรียวกราว ฮารุกะได้ยินผู้หญิงข้างหลังพูดว่าการแสดงโชว์ที่นี่เปิดโปรโมชั่นรับฝากข้อความแบบนี้สักพักแล้ว แต่ราคาก็แพงเอาเรื่อง ทำให้เดาได้ว่าชายหนุ่มที่ขอสาวแต่งงานน่าจะเป็นลูกคนมีฐานะระดับหนึ่ง ฮารุกะไม่ได้สนใจอะไรมากนัก พอโชว์จบพวกเขาก็พากันเดินออกไป เดินลงมาจากที่แสดงโชว์โลมาก็เป็นโถงทางออกที่ตอนนี้จัดแต่งบอลลูนอาร์ทในคอนเสปต์ความรักใต้ท้องทะเล ท่ามกลางลูกโป่งที่จัดเป็นปลาโลมาอันเป็นมาสคอตของพิพิธภัณฑ์ มีลูกโป่งรูปหัวใจแทรกอยู่ ทุกอย่างดูสดใสมีชีวิตชีวา เป็นอีกมุมที่ฮอตฮิตเห็นได้จากจำนวนคู่รักที่มาถ่ายรูป ทางส่วนร้านขายของที่ระลึกก็ออกสินค้าพิเศษเช่นกัน แต่ของที่ขายอยู่ในนี้มักแพง และฮารุกะเองก็ไม่ได้สนใจมากมายนัก เขาจึงชวนมาโกโตะออกไปข้างนอก

 

                "หวา สนุกจังเลยนะ ตอนโลมากระโดดข้ามห่วงนั่นฉันชอบมากเลย" มาโกโตะพูดเสียงสดใส "ฮารุ สนุกมั้ย?"

 

                "อื้ม" แม้จะเป็นคำตอบรับสั้นๆ แต่สีหน้าและรอยยิ้มน้อยๆของฮารุกะสื่อความหมายได้มากกว่า มาโกโตะยิ้มอ่อนโยนให้อีกครั้ง ไม่ว่าจะตอนไหน การได้เห็นใบหน้ามีความสุขของฮารุกะถือเป็นความสุขของเขาเสมอ

 

                จากนั้นพวกเขาก็แวะเกมเซนเตอร์ นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้เล่นเกมแข่งกันแบบนี้  วันวานเก่าๆไหลเวียนมาในความคิด พวกเขาไม่มีใครยอมใคร ผลัดกันแพ้ชนะ ปิดท้ายด้วยเกมคีบตุ๊กตา หลังจากผลัดกันคีบแล้วพลาดไปคนละครั้ง ฮารุกะก็คีบตุ๊กตาโลมาขนาดกลางๆได้ตัวหนึ่ง ดวงตาสีน้ำเงินของฮารุกะวาววับ ตีความได้ว่าเจ้าตัวน่าจะถูกใจ

 

                เพราะอีกหน่อยก็ท้องร้อง สองคนจึงออกไปหามื้อเย็นทานก่อนกลับ อากาศตอนเย็นหนาวขึ้น พวกเขาจึงเลือกที่จะทานอะไรร้อนๆอย่างราเมง  ไม่มีอะไรมากมาย ราเมงซุปเกลือของฮารุกะ ราเมงซุปกระดูกหมูของมาโกโตะ เกี๊ยวซ่าไส้หมูแบ่งกันกินหนึ่งจาน แล้วก็กลับ

 

                จริงๆจากสถานี ก็สามารถแยกกันกลับที่พักของแต่ละฝ่ายได้เลย แต่เพราะมาโกโตะลืมถุงช็อกโกแลตไว้ห้องเขาเลยได้กลับมาด้วย จากที่เมื่อกี้คนพลุกพล่าน บัดนี้กลับค่อนข้างเงียบสงัด ฮารุกะกระชับเสื้อโค้ทที่สวมอยู่ อากาศหนาวขึ้นอีกแล้ว และตอนนั้นเอง เขาได้ยินเสียงเปิดซิป แล้วสัมผัสของผ้าอุ่นๆก็พันรอบลำคอ

 

                ฮารุกะหยุด มองที่คอของตัวเองมีผ้าพัอคอไหมพรมสีฟ้าสลับดำสลับขาว เขามองคนใกล้ตัวก็เห็นหน้าตายิ้มๆอย่างจงใจ

 

                "สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะ ฮารุ"

 

                พริบตานั้นในหัวของฮารุกะระเบิดบู้ม พวกเขาสองคนสนิทกันมาแต่ไหนแต่ไร พอทะเลาะกันครั้งแรกก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้น พอมาอยู่โตเกียว ช่องว่างที่ห่างกันกลับยิ่งทำให้รู้ถึงความรู้สึกที่มีต่ออีกฝ่าย แม้จะไม่มีใครพูดออกมาแต่การกระทำก็ชัดเจน และยิ่งชัดขึ้นอีกในวันนี้

 

                ฮารุกะก้มหน้างุด กำตุ๊กตาโลมาในมือแน่น ตอนแรกไม่ได้คิดอะไร แต่พอคิดได้อีกทียื่นให้คนตรงหน้าเช่นกัน ตุ๊กตาที่เพิ่งจับได้จากเกมเซนเตอร์ไม่ใช่ของขวัญที่ดีนักหรอก แต่ทั้งเนื้อทั้งตัวเขาก็มีอยู่เท่านี้ มือเล็กกว่าสั่นเทาก่อนจะรู้สึกถึงความอบอุ่นของฝ่ามือที่รับตุ๊กตาไป

 

                "ขอบคุณนะ ฮารุ"

 

                ใจเขายังคงเต้นโครมครามไม่เว้นแม้แต่ตอนที่มาโกโตะมาเอาของและกำลังจะออกไป ใบหน้าอ่อนโยนยิ้มให้ด้วยสายตาล้านความหมาย เขามองจนอีกฝ่ายเดินพ้นสายตาไป

 

                เขาไม่เคยสนใจเทศกาล

 

                ไม่เคยเลย จนเมื่อมีใครสักคนให้ความสำคัญ สอนเขาว่ามันพิเศษ

 

                บางส่วนในใจเขาบอกว่าอยากเปลี่ยนแปลง เล็กน้อยก็ยังดี

 

                ฮารุกะกระชับผ้าพันคอที่เพิ่งได้มา มันอุ่น อบอุ่นเหมือนคนให้

 

                เขากำชับกับตัวเอง "ปีหน้าจะดีกว่านี้"

 

                

 
 
 
 
สวัสดีค่าาาา เจอกันอีกแล้วน้าาาา >
ฟิคนี้กะเป็นฟิควาเลนไทน์ แต่สุดท้ายก็ไม่ทัน เลยไปสิบนาที พรากกกก TwT
ตอนแรกไม่ได้กะจะแต่ง แต่สุดท้ายก็เหงาจนทนไม่ไหว วาเลนไทน์ทั้งทีทำไมมาโกะฮารุเงียบเหงาเหลือเกิน งืออออ TwT เลยเป็นที่มาของฟิคนี้ ใส่อะไรหลายๆอย่างที่ชอบลงไปอย่างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ มาจากอารมณ์อุดอู้ด้วยแหละ อยากไปเที่ยววววว อยากไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ไปดูโชว์ปลาโลมาเหมือนตอนเด็กๆ TwT
 
ทิ้งท้ายสักนิด
-อยากจะแต่งฟิคเสริม เป็นเรื่องราวของมาโกะฮารุและสาวที่ให้ช็อกโกแลตพร้อมจดหมาย
-มาโกโตะจงใจทิ้งถุงช็อกโกแลตไว้ จะได้มีเหตุผลที่จะเดินกลับด้วย นำไปสู่การมอบผ้าพันคอ
-ที่ของขวัญไม่ใช่ช็อกโกแลต เพราะมาโกโตะรู้ว่าฮารุไม่ชอบของหวาน
-ที่เป็นผ้าพันคอ คือเลือกไปตามสัญชาตญาณลึกๆที่อยากผูกฮารุไว้เป็นกรรมสิทธิ์ตัวเองของมาโกโตะ
 
(ใช่แล้วค่า เรานิยมมาโกะดาร์ก กร๊ากกกก TwT)
 
ยังไงก็ตาม แฮปปี้วาเลนไทน์นะคะ เจอกันเอนทรี่หน้าค่า >

Comment

Comment:

Tweet

มันมุ้งมิ้งน่ารักมากเลยคะ จากเด็กหนุ่มผู้สนใจไม่กี่อย่างในชีวิต กลับมีเรื่องให้คิดมากมายเพราะคนคนเดียวที่อยู่ข้างกายมาตลอดจนถึงทุกวันนี้
มันอื้อหื้มกับฉากที่ฮารุกะมองไปทางไหนก็เจอคนคู่รัก แล้วแบบตัวเองมากับมาโกโตะ แลดูมีแต่ฮารุกะที่รู้สึกแปลกๆอาบระเบิดอก ใน๘ระที่มาโกโตะอาจจะรู้สึก(หรือไม่ก็ตาม) แต่ก็ยังทำตัวปกติกับฮารุกะอย่างเสมอต้นเสมอปลาย : ) <3 น่ารักมากกก 
จะว่าไปเรื่องจดหมายรักในวาเลนไทน์ที่มาโกโตะได้มา ถึงจะได้อ่านก็คงไม่มีเปลี่ยนแปลงหรอก เพราะสิ่งที่อยู่ในสายตามาโกโตะคือฮารุกะ (ถถถ อีนี่มโนสุดๆ เพราะไม่เคยเห็นมาโกะจะสนใจใครนอกจากฮารุจัง) 
สุดท้าย...
วาเลนไทน์ปีนี้ ฮารุกะจะไม่ได้อยู่คนเดียวเพราะมาโกโตะจะมาหาทุกๆปีต่อจากนี้และตลอดไป
"ปีหน้าต้องดีกว่านี้"

#3 By Sunflower_world on 2015-02-23 21:01

พอดีเข้าได้เลยคอมเม้นต์ น่ารักค่ะ วันหลังขอแต่งงานแบบนั้นบ้างสิcry //ลูกชายบอกแม่หาสินสอดมาให้ก่อน
อยากเห็นฮารุหึงอีกค่ะ มองจม.ปริศนา
ถึงขนาดล็อกอินมาคอมเมนท์เลยค่ะ ฮาาา

ไม่เงียบเหงาหรอกค่ะ ตอนแรกเราก็ว่าจะแต่ง... แต่ดันถูกอฟช.ดักด้วยโมโมะโทริ เราไปต่อไม่ถูกเลยค่ะ หมดกัน 555555
ตอนอ่านก็น่ารักดีค่ะ..... แต่พอมาเจอทิ้งท้ายนี่... /มวอง... #แต่งสิค--
อยากเห็นมาโกโตะดาร์กจังเลย--