[Fanfic] Sensitive Adolescences - Growth Bodies [MakoHaru]

posted on 03 Nov 2013 12:22 by project0
 
ก็ยังเวิ่นเว้อกับหนุ่มๆว่ายน้ำอย่างต่อเนื่อง (ถึงจะดรอปลงแล้วบ้างก็ตามที)<< นี่ดรอปแล้วเรอะ - -"
 
เพราะหนุ่มๆอยู่ในช่วงวัยกำลังโต เพราะงั้นเลยคิดเป็นพล็อตฟิคสุขศึกษา(?) กล่าวถึงพัฒนาการขอ่งหนุ่มๆที่จะทำให้รู้ตัวว่ารู้สึกพิเศษต่ออีกฝ่ายมากแค่ไหน 
 
ว่าไปนั่นค่ะ ก็ยังรู้สึกว่าตอนแรกนี่มันเอื่อยมากๆ(ฮา)
 
ให้ไทม์ไลน์เป็นช่วง ม.ปลาย ปี1 ในส่วนของมาโคโตะจะล้ำหน้ากว่าฮารุจังเล็กน้อย แบบว่าเราโมเอ้ฝ่ายชายปิ๊งรักก่อนน่ะนะ (จริงๆก็แอบกลัว เพราะเราอ้างอิงจากในแฟนซับบอกว่าช่วงก่อนหน้าจะตั้งชมรม ฮารุเลิกแข่งว่ายน้ำ แต่เราไม่รู้ว่าเลิกว่ายไปเลยรึเปล่า แต่พอคิดว่าอย่างฮารุน่าจะเลิกว่ายน้ำไม่ได้ก็เอาเป็นว่าว่ายแต่ไม่แข่งแล้วกันเนอะ - -")
 
 
ว่าแล้วก็ฝากด้วยนะคะ > <
 
 
 
_________________________________________________________________
 
Title : Senstitive Adolescences - Growth bodies
 
Paring : MakoHaru
 
Rating : PG
 
Author : Projectzoro
 
 
 

ทั้งที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เมื่อก่อน แต่บางเรื่องกลับเพิ่งมารู้สึกเอาตอนนี้ เพราะพวกเราต่างก็โตขึ้นรึเปล่านะ?

 

_____________________________________________________________

 

 

                ท่าวายน้ำของฮารุน่ะ แค่ได้เห็นผ่านตาแว้บเดียว ก็จะอดมองตามต่อไม่ได้มาตั้งแต่เมื่อก่อน

 

                ร่างกายที่แหวกว่ายผ่านห้วงน้ำอย่างลื่นไหล ไร้เค้าของการต้านทานต่อต้าน ทั้งยังให้ความรู้สึกกลมกลืนราวกับเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เหมือน "น้ำ" นั้นเป็น "บ้านที่แท้จริง" ที่ซึ่งฮารุจะอยู่ได้อย่างโล่งใจ ไร้ซึ่งความกังวลใดๆ

 

                ผ่านมากี่ปีก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย แต่จนถึงตอนนี้เขารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่พิเศษออกไปนิดหน่อย

 

                เขาก็พูดไม่ถูก แต่เพราะโตแล้วรึเปล่านะ จากที่เคยเห็นเป็นแค่เด็กที่ว่ายน้ำได้ดีมากคนหนึ่ง ตอนนี้กลับรู้สึกว่าฮารุเหมือนนางเงือกในนิทานไม่มีผิด อาจเพราะคนที่เขาจ้องมองอยู่นี้มีร่างกายเพรียวสมส่วนซึ่งสามารถว่ายในน้ำได้อย่างอิสระและพลิ้วไหว มีเสน่ห์จนทำให้เขาละสายตาไปไม่ได้

 

                สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาดิจิตอลเรือนใหญ่บอกเวลาเกือบทุ่ม ที่จริงสังเกตจากแสงและทิวทัศน์ผ่านกระจกใสที่อยู่รอบๆก็รู้ว่ามืดตั้งนานแล้วแหละ แต่ก็เพราะเห็นอีกฝ่ายที่นานๆจะได้ว่ายน้ำในสระทีก็อดตามใจไม่ได้ ยังจำติดตาอยู่เลย ดวงตาวาววับเป็นประกายของฮารุตอนที่เขาบอกว่าได้บัตรเข้าสระว่ายน้ำในร่มที่ใกล้หมดเขตแล้วมาจากคุณพ่อ

 

                แต่ยังไงก็ตาม คราวนี้เขาคงต้องลากอีกฝ่ายกลับไปให้ได้จริงๆแล้ว                

 

                ดวงตาสีเขียวมรกตกวาดไปตามสระว่ายน้ำสีฟ้าสดใส เห็นร่างของฮารุลอยอยู่มาแต่ไกล เพราะมีคนอีกจำนวนหนึ่งมาว่ายที่สระนี้เหมือนกัน เขาเลยจะร้องเรียกฮารุยังกับว่าอยู่กันแค่ 2 คนไม่ได้ เด็กหนุ่มร่างสูงกำยำจึงตัดสินใจลุกจากขอบสระแล้วลงมาในน้ำ (หลังจากที่คิดแล้วว่าชอบที่จะดูฮารุว่ายมากกว่าว่ายเอง) แล้วค่อยว่ายไปยังจุดที่ฮารุอยู่ ยิ่งเข้าไปใกล้เท่าไหร่ ก็ยิ่งเห็นว่าร่างนั้นกำลังล่องลอยอย่างสบายใจจนน่าเอ็นดู

 

                "ฮารุ" เขาเรียก แต่อีกฝ่ายไม่สนใจ

 

                "ฮารุ ถึงเวลากลับแล้วนะ" เขาเขยิบเข้าไปใกล้อีก พร้อมกับคว้าหมับเข้าที่ต้นแขน กระนั้นเด็กหนุ่มผมดำตรงหน้าก็ยังคงลอยตัวหลับตาพริ้ม

 

                ลองเป็นแบบนี้ ต่อให้พยายามเรียกยังไงก็คงจะว่ายต่อจนกว่าเจ้าหน้าที่จะมาไล่

 

                เด็กหนุ่มร่างสูงจึงตัดบท ดำลงคว้าหมับเข้าที่เอว ปฏิกิริยาก็เป็นไปอย่างที่คิด ฮารุดิ้น แต่เขาอาศัยแรงที่มากกว่าลากอีกฝ่ายอย่างถูลู่ถูกัง ฮารุยิ่งดิ้นมากขึ้น จนในที่สุดแล้วเมื่อถึงขอบสระนั่นเองเขาจึงยอมปล่อยให้คนตรงหน้าเป็นอิสระ

 

                ดวงตาสีน้ำเงินครามมองเขาด้วยความขุ่นมัว ใบหน้าที่ปกติเรียบเฉยมาตอนนี้กลับแสดงอารมณ์บูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัด

 

                "อย่าหงุดหงิดไปเลย ก็มันได้เวลาอาหารแล้วจริงๆนี่นา" เขาพูดเพราะเข้าใจความคิดอีกฝ่ายราวกับอ่านใจได้

 

                "อีกอย่าง สัญญากับเจ้าพวกนั้นไว้ไม่ใช่เหรอว่าวันนี้จะไปเล่นด้วยน่ะ" หมายถึงรันกับเร็น น้องของเขาเอง

 

                "อาหารเย็นวันนี้เป็นซาบะย่างเกลือด้วยนะ?"

 

                จบการโน้มน้าวก็ได้เล่นเกมจ้องตากันอีกสักพักกว่าฮารุจะยอมขึ้นจากสระแต่โดยดี พอเห็นอีกฝ่ายเหลียวกลับมามองสระด้วยตาละห้อยก็อดสงสารไม่ได้ แต่เขาก็จะตามใจฮารุมากไม่ได้เหมือนกัน เพราะฮารุมักจะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องที่ตัวเองสนใจจนลืมอย่างอื่น อย่างเรื่องว่ายน้ำนานจนเป็นหวัดกับเอาแต่ทำงานฝีมือจนลืมกินข้าวกินปลาน่ะ มาตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่บ่อยๆ

 

                ระหว่างทางเดินกลับบ้าน เขาลอบมองฮารุจากมุมที่สูงกว่าอย่างเคย ลมเย็นๆพัดมาให้ผมของฮารุปลิวไหว กระนั้นเขาก็ยังเห็นใบหน้าของคนด้านข้างชัดเจน อารมณ์ดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังมีเค้าของความผิดหวังอยู่ในดวงตานั่น เหมือนเจ้าแมวเอาแต่ใจเวลาเจ้าของไม่ให้อาหารที่ชอบไม่มีผิด มือแกร่งยกขึ้นลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ

 

                ถึงจะโดนฮารุปัดมือออกแทบจะในทันทีก็เถอะ...

 

                "อะไรของนาย" น้ำเสียงเจ้าตัวบ่งบอกว่าไม่พอใจ แถมจ้องมาด้วยดวงตาหงุดหงิดบนใบหน้ารั้นๆ แต่เขาก็ยิ้มกลับเหมือนทุกที

 

                "ก็เจ้าแมวแถวบ้านฮารุน่ะ พอฉันลูบหัวกับเกาคางก็จะหายงอนทุกที"

 

                "ไม่ใช่แมวซักหน่อย ไม่ได้งอนด้วย"

 

                "ฮ่ะๆ ครับๆ"

 

                จากนั้นก็ไม่มีบทสนทนาอะไรอีก สายตาของฮารุเหม่อมองไปที่ทะเลที่มีคลื่นซัดสาดยามค่ำคืน ส่วนตัวเขาเองก็พอใจที่จะได้มองฮารุที่เป็นแบบนั้น คิดๆดูแล้วก็ดีใจนิดหน่อยที่ตัวสูงกว่า เพราะเพียงเอียงหน้านิดหน่อยกับเบนสายตาเล็กน้อยก็มองได้อย่างสบายไม่แปลกหูแปลกตา ถ้าเขาเตี้ยกว่าล่ะก็ คงจะต้องแหงนหน้ามองบ่อยๆจนคอเคล็ด แถมจะดูประหลาดจนทั้งเขาทั้งฮารุต้องลำบากใจแน่นอน

 

                พอมาถึงบ้าน รันและเร็นรีบออกมารับด้วยเสียงกระตู้วู้ดีใจ เด็กๆแย่งกันชวนฮารุเล่นในสิ่งที่ตัวเองอยากเล่น แต่เขาก็ปรามรอให้กินข้าวให้เสร็จก่อน แล้วบอกทั้งสองคนไปรอที่โต๊ะอาหาร ส่วนเขากับฮารุขึ้นไปเก็บของในห้องของเขาเอง

 

                "ขอโทษนะ เพิ่งมาถึงเจ้าพวกนั้นก็วุ่นวายใหญ่เลย" เขาพูดขณะหยิบชุดให้ฮารุเปลี่ยน

 

                "อืม... ไม่เป็นไร" เขาสังเกตเห็นฮารุยิ้มน้อยๆ แล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้ก่อนที่จะลงมือเปลี่ยนชุดบ้าง

 

                เสร็จสรรพพร้อมจะลงไปทานข้าว เขาก็เพิ่งสังเกตว่าเสื้อเขาที่ฮารุใส่อยู่ค่อนข้างหลวม ตรงส่วนหัวไหล่กลายเป็นว่ามาอยู่ที่ต้นแขน ส่วนชายเสื้อก็ยาวจนจะกลายเป็นชุดวันพีซกระโปรงสั้น เมื่อก่อนเขากับฮารุขนาดตัวเท่าๆกันเลยใส่เสื้อของกันได้พอดี แต่ตอนนี้คงไม่ใช่

 

                "ฮารุ เสื้อหลวมแน่ะ เปลี่ยนไหม" ดวงตาสีน้ำเงินครามฉายแววแปลกใจเมื่อโดนทัก ก่อนจะสำรวจเสื้อตัวเอง สักพักคิ้วเรียวสีดำขลับก็ติดจะมุ่นนิดหน่อย

 

                "อืม ไม่เป็นไรหรอก"

 

                เขาเดาจากสีหน้าว่าฮารุคงไม่พอใจที่ทั้งที่เมื่อก่อนตัวเท่ากัน แต่ตอนนี้ตัวเองกลับตัวเล็กกว่า   

 

                "เหรอ งั้นก็ไปกินข้าวกันนะ" เขาเปลี่ยนเรื่องก่อนเปิดประตู รอให้ฮารุเดินออกไปก่อนแล้วค่อยปิด จากนั้นจึงเดินตามกันไปที่โต๊ะอาหาร

 

                ที่จริงเขาจะคะยั้นคะยอให้ฮารุเปลี่ยนไปใส่เสื้อตัวเก่าของเขาที่ขนาดน่าจะพอดีกันก็ได้ แต่พอคิดว่า เสื้อเขาตัวใหญ่ ฮารุใส่แล้วหลวม อารมณ์บางอย่างก็ทำให้คิดว่าแบบนี้แหละดีแล้ว เลยปล่อยเลยตามเลยต่อไป

 

                แบบนี้เขาเรียกคิดไม่ซื่อรึเปล่านะ?

 

____________________________________________________________

 

                "พี่ชายคะ อยากเล่นขี่คออ่าาาาาาา"

 

                "ผมก็ด้วย!!!"

 

                "เร็น อย่ามาแย่งนะ!"

 

                "รันจังก็อย่างนี้ทุกที"

               

                เสียงสองแฝดทะเลาะกันดังขึ้นอีกครั้งของวันอันเป็นบรรยากาศประจำบ้านทาจิบานะ

 

                "ไม่เอาน่า เดี๋ยวนี้ทั้งสองคนก็ตัวสูงขึ้นแล้วนะ ขืนมาขี่คอพี่ชายเดี๋ยวจะชนเพดานกันพอดี" มาโกโตะปราม

 

                "ถึงก็ดีสิ หนูอยากแตะเพดาน"

 

                "ผมด้วยยยยย"

 

                "เร็น!! ก็บอกแล้วไงว่าอย่ามาแย่ง ฉันพูดก่อนนะ!"

 

                "ไม่เห็นเกี่ยวเลยนี่นา!!"

 

                "ก็ขี่มาโคโตะคนนึง ขี่ฉันคนนึง ตกลงไหม?" เป็นประโยคเงียบๆที่ทำให้บรรยากาศมาคุระหว่างเด็กทั้งสองหยุดลงได้ชะงัด

 

                "เอ๋? ไม่เอาน่าฮารุ เจ้าสองคนนี้น่ะ..."

 

                "ดีล่ะ!! งั้นฉันจะขี่คอฮารุจัง!" รันออกตัวก่อนจะวิ่งมาเกาะขาฮารุแน่น

 

                "รันจังขี้โกง!! ฉันก็อยากขี่คอฮารุจังบ้าง" แต่เมื่อเห็นว่าเด็กหญิงแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ เด็กชายจึงต้องเดินไปหาพี่ชายอย่างไม่สามารถทำอะไรได้

 

                ทั้งฮารุและมาโคโตะจึงต้องแบกฝาแฝดขึ้นไหล่แล้วเดินไปเดินมาวนในห้อง ทั้งสองชอบใจ ส่งเสียงหัวเราะกันใหญ่ รันจินตนาการว่าตัวเองเป็นนางฟ้าที่กำลังบินอยู่เหนือหมู่เมฆ ส่วนเร็นคิดว่าตัวเองเป็นเครื่องบินรบโฉบเฉี่ยวอยู่กลางท้องฟ้ากว้างใหญ่

 

                "อ่ะ เร็น พี่ชายอยากเข้าห้องน้ำน่ะ ลงก่อนได้ไหม?"

 

                "ว้าาาาาาา" ร้องออกมาด้วยความเสียดาย แต่สุดท้ายก็ยอมลงแต่โดยดี

 

                แต่ในขณะที่เขาจะก้าวออกไปนั่นเอง ก็เหลือบไปเห็นฮารุกับรันที่กำลังจะเสียหลักล้มลงมา ร่างสูงกำยำไม่รอช้า รีบก้าวเข้าไปด้านหลังแล้วใช้มือหนึ่งโอบรันลงมาจากไหล่ฮารุแล้วกอด มืออีกข้างก็โอบฮารุไว้ จนวินาทีที่กระแทกลงมาก็ได้เขากลายเป็นเบาะรองให้ เจ็บอยู่ แต่เมื่อเห็นว่าทั้งสองปลอดภัยความเจ็บก็ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น

 

                "ทั้งสองคน ปลอดภัยนะ?"

 

                "ฮืออ ขอโทษนะฮารุจัง ขอโทษค่ะพี่ชาย คือรันดิ้น ฮารุจังเลย..." รันบอก ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

 

                "ไม่เป็นไรหรอก ไม่เจ็บเลยสักนิด" แม้ฮารุจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ก็ทำให้สีหน้าเด็กหญิงดีขึ้นมาได้

 

                มาโคโตะสำรวจเนื้อตัวของน้องสาว ไม่มีรอยแผล ไม่มีรอยฟกช้ำ หัวไม่กระแทก ไม่รู้สึกเจ็บอะไรมากมาย แต่พอจะดูอาการฮารุบ้างก็โดนอีกฝ่ายปฏิเสธ บอกแต่ว่า "ไม่เป็นไรๆ" ซะอย่างนั้น

 

                "อืมมมม อ่ะ ไม่เป็นไรทั้งคู่ก็ดีแล้ว แต่เพราะทำฮารุล้มลงมา เพราะงั้นทั้งสองคนต้องเลิกเล่นแล้วไปอาบน้ำทำการบ้านได้แล้วนะ ตกลงไหม?"

 

                "อืม... ตกลงค่ะพี่ชาย"

 

                "เดี๋ยวสิ ผมไม่ได้ทำฮารุจังล้มลงมาสักหน่อย ทำไมต้อง...โอ๊ย!! ทำอะไรของเธอ!!"  เร็นโวยวายเมื่อแฝดหญิงหยิกเข้าที่แก้ม ก่อนจะลากเขาออกไปจากห้องมาโคโตะ

 

                "ขอโทษนะฮารุ เจ็บไหม?" เป็นห่วง แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่รับรู้

                "ก็บอกว่าไม่เป็นไร"

 

                พอมองที่ใบหน้าแขนขาของเจ้าตัวคร่าวๆแล้วก็ไม่เห็นรอยแผลฟกช้ำ ถึงได้ใจชื้นขึ้นมา

 

                "หัวล่ะ เจ็บไหม? กระแทกโดนอะไรไหม?"

 

                "ก็หนุนอยู่บนหน้าอกนายไม่ใช่รึไง จะไปโดนอะไรเล่า"

 

                จังหวะนั้นเด็กหนุ่มหัวเราะพรืด เรียกให้ใบหน้ารั้นๆหันมามอง

 

                "หัวเราะอะไรของนาย"

 

                "เปล่า แค่คิดว่าดีจังนะที่ฉันตัวโต ทั้งรันทั้งฮารุเลยไม่เป็นอะไร"

 

                ฉับพลันที่ดวงตาสีน้ำเงินครามฉายแววหงุดหงิด ก่อนเจ้าตัวจะก้มหน้างุด

 

                "แล้ว... นายล่ะเป็นอะไรไหม กระแทกพื้นแรงขนาดนั้น"

 

                ดวงตาสีเขียวมรกตเลิกขึ้นนิดๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววอ่อนโยน แม้อีกฝ่ายจะก้มหน้าทำให้เห็นสีหน้าได้ไม่ชัด แต่เขาก็รับรู้ได้จากน้ำเสียง ฮารุตอนนี้ทั้งเป็นห่วงทั้งขอบคุณเขา

 

                ร่างสูงกำยำตัดสินใจเขยิบเข้าไปใกล้ จับผมที่ปรกหน้าขึ้นทัดหูอีกฝ่ายเบาๆ

 

                "แค่นี้เอง ไม่เป็นไรหรอก"

 

                แล้วคงเพราะไม่อยากให้เห็นว่าตัวเองหน้าแดง ฮารุก็เลยขยับไปหยิบจอยเกมส์ขึ้นมา ชวนเขาเล่นเกมที่ค้างไว้อยู่ซะอย่างนั้น

 

                ระหว่างที่เกมส์กำลังดำเนินไปนั้น หลายครั้งและอีกหลายครั้ง ดวงตาอ่อนโยนของคนสูงกว่าลอบมองอีกฝ่ายอย่างเคย ดวงตาสีน้ำเงินสวยของฮารุจับจ้องไปที่หน้าจออย่างมุ่งมั่น

 

                เพราะเขาสูงกว่าก็เลยมองฮารุบ่อยๆได้โดยที่เจ้าตัวไม่รู้

 

                เพราะเขาตัวใหญ่กว่า แรงเยอะกว่า ก็เลยพอจะช่วยเหลือฮารุในเรื่องที่ใช้แรงได้

 

                เรื่องที่ทั้งที่เมื่อก่อนเราเคยตัวเท่าๆกันแต่ตอนนี้ฉันล้ำหน้าไปกว่าน่ะ นายอาจจะไม่ชอบใจก็จริง แต่ฉันน่ะดีใจนะ

 

 

                ...เพราะฉันอยากคอยโอบอุ้มนายเอาไว้

               

 

 

 

- END -

 

 
 
 
แอร๊ยยยย จบแล้วค่ะ
 
ก็หวังว่าจะอึดพอที่จะแต่งให้หมดเท่าที่คิดไว้น่ะนะ
 
ถ้าอ่านแล้วรู้สึกกุ๊กกิ๊กอยู่บ้างจะดีใจมากๆเลยค่ะ
 
เจอกันเอนทรี่หน้านะคะ 

Comment

Comment:

Tweet

รู้สึกฮารุดูเย็นชา ทำไมนายไม่เข้าใจจิตใจของชายหนุ่มกำยำคนนี้เลย อย่าหงุดหงิดเลยนะฮารุจัง //โดนตบเพราะเรียกจัง
มาโกะโซคิ้วท์อ่ะ แบบอยากตัวสูงกว่าเพราะจะได้มองฮารุ อยากตัวใหญ่กว่า เพราะจะได้คอยปกป้องฮารุ โอ๊ยยย นายมันโคดพระเอกเลย อยากจิฉุดกลับบ้าน

#2 By ..ryu77.. on 2014-11-27 01:35

อ๊าาาาาาาาาาาาาาาา ฮารุขี้งอนเป็นแมวจริงๆค่ะ ฮา แต่ก็รู้สึกเคมีสองคนนี้ก็เป็นแบบเรื่อยๆกุ๊กกิ๊กแบบนี้ล่ะเนอะ