[Free!FanFic] 17/11/2015 (MakoHaru)

posted on 16 Nov 2015 22:28 by project0

นาฬิกาในโทรศัพท์มือถือบอกเวลา 00.05 ของวันที่ 17 พฤศจิกายน

 

ทาจิบานะ มาโกโตะมองหน้าจอผ่านกรอบแว่นสีดำด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะเบือนกลับมาที่สมุดเลคเชอร์เหมือนเดิม ตอนนี้ในหัวของเขามีความคิดบางอย่างตีกันเล็กน้อย

 

เขาและฮารุเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยที่โตเกียวได้ 3 ปีแล้ว เป็นธรรมดาที่พอชั้นปีสูงขึ้นก็ต้องมีภาระงานที่หนักขึ้น เขาเองตอนนี้ก็ต้องเร่งปั่นโปรเจคต์กับอ่านหนังสือสอบ ส่วนฮารุก็ต้องซ้อมหนักเพื่อเตรียมคัดตัวทีมชาติอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า รู้สึกตัวอีกทีก็ไม่เจอหน้ากันเป็นเดือน ไม่ได้โทรคุยกันเป็นอาทิตย์

 

แต่ทั้งที่ต่างคนต่างยุ่งขนาดนี้ เขาก็อดคาดหวังถึง "ความพิเศษ" บางอย่างไม่ได้ เพราะตัวเขาไม่เคยลืมและให้ความสำคัญมาตลอด เลยคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะทำเช่นกัน

 

เพิ่งวันเกิดเขามา 5 นาที จะอารมณ์เสียคงไม่ใช่เรื่องเท่าใดนัก เจ้าตัวจึงทำงานต่อไปตามปกติ พอเหนื่อยก็นอน รู้สึกตัวอีกทีตอนได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นเป็นรอบที่ 3 ในตอนเช้า จากนั้นก็เตรียมตัวไปเรียนเหมือนวันก่อนๆ

 

ตอนเด็กๆวันเกิดเคยเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ลุ้นตั้งแต่ว่าคนที่บ้านจะจำได้ไหม เพื่อนจะจำได้รึเปล่า จะได้ของขวัญเป็นอะไร แต่พอโตขึ้นเรื่องแบบนั้นก็ยิ่งห่างไกล ต่อให้เป็นวันพิเศษขนาดไหนแต่ถ้ามีงานก็ต้องทำงาน  คนอื่นๆรอบตัวก็ต้องทำงาน จึงเป็นเรื่องธรรมดามากที่จะไม่มีของขวัญ ไม่มีคำอวยพร เขาเองก็เลิกสนใจไปนานแล้ว...เหลือแค่บางคนเท่านั้นแหละที่ต่อให้รู้เหตุผลยังไงแต่ก็อดคาดหวังด้วยไม่ได้

 

อย่างน้อยก็อยากได้ยินคำอวยพรด้วยน้ำเสียงของคนคนนั้น

 

ขณะกำลังเดินทางไปมหาวิทยาลัย เขาได้ยินเสียงข้อความเข้า เป็นข้อความสุขสันต์วันเกิดจากคุณแม่และรันเร็น ชายหนุ่มอ่านพร้อมอมยิ้ม พิมพ์กลับไปสั้นๆ หลังจากนั้นก็เรียนทั้งวัน รู้สึกตัวอีกทีตอน 2 ทุ่ม กำลังคุยเรื่องโปรเจคต์กับเพื่อน ยังไม่เสร็จ พอช่วงพักเขาเช็คโทรศัพท์มือถือ เจอข้อความสุขสันต์วันเกิดจากเรย์ นางิสะ และโกจัง ...ยังคงไร้วี่แววจากคนคนนั้น

 

เขาเลือกที่จะรอต่อไป งานเสร็จสี่ทุ่ม ก่อนจะกลับเขาได้รับคำอวยพรและของขวัญวันเกิดจากเพื่อนๆที่คุยโปรเจคต์ด้วยกัน รู้สึกดีใจจนอดแสดงออกทางสีหน้าไม่ได้ เวลาที่รับรู้ว่ามีใครใส่ใจทำให้รู้สึกดีขนาดนี้

 

แต่เขาก็ยังคงอยากได้คำอวยพรจากน้ำเสียงของคนคนนั้น

 

เขากลับมาถึงห้องตอนเกือบห้าทุ่ม กว่าจะอาบน้ำทำอะไรต่างๆนานาก็ห้าทุ่มครึ่ง เริ่มชั่งใจว่าจะรอต่อไปดีไหมหรือว่าจะโทรไปดี สุดท้ายก็เลือกที่จะรอต่ออีกหน่อย ใส่หูฟังพร้อมหยิบการ์ตูนขึ้นมาอ่านเพื่อพักผ่อนจากการงานอันหนักหน่วง เวลาเลยผ่านไปจนอีกไม่ถึง  10 นาทีจะเข้าสู่เที่ยงคืนวันใหม่ เขาใจหวิว ไม่รออีกต่อไป

 

ถ้าวันนี้ไม่ได้ยินเสียงเลยจริงๆเขาต้องเสียใจมากแน่

 

เสียงรอสายช่างบีบคั้นหัวใจนัก หัวสมองตื้อไปหมด คิดไม่ออกว่าถ้าอีกฝ่ายรับสายควรจะเริ่มพูดอะไรด้วยน้ำเสียงแบบไหน น่าแปลกที่ก็รู้จักกันมาตั้งแต่เล็กๆ โทรคุยกันก็บ่อย แต่ทุกครั้งที่โทรเขาก็ยังประหม่า ฮารุไม่ชอบคุยโทรศัพท์ ขนาดจะพกก็ยังไม่พก กังวลไปหมดว่าที่ตัวเองโทรไปจะน่ารำคาญ ยิ่งช่วงนี้ฮารุยุ่งมาก

 

"มาโกโตะ?" เสียงคุ้นเคยที่ไม่ได้ยินมานานทำเอาเขาใจเต้นแรง

 

"ฮารุ ซ้อมเสร็จแล้วเหรอ?"

 

"อื้ม กำลังเดินกลับห้อง"

 

ลืมสินะ... แต่เขาก็ไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหาเลย

 

...แค่ได้ยินเสียงก็พอใจแล้ว

 

"เหนื่อยแย่เลยนะฮารุจัง"

 

"อย่าเติม 'จัง' ท้ายชื่อคนอื่นสิ"

 

"ฮะๆ วันนี้วันเกิดฉันล่ะ"

 

ปลายสายเงียบไปสักพัก เขาเดาเหตุการณ์ได้กลายๆ

 

"รถไฟหมดรอบแล้ว"

 

"ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่นา แค่อยากให้อวยพรให้เฉยๆ" น้ำเสียงเขาอ่อนลงจนขนาดตัวเองก็ยังรู้สึกว่าอ้อน หน้าเขาร้อน ใจเต้นไม่เป็นส่ำ ให้ตาย

 

"สุขสันต์วันเกิด มีความสุขมากๆ      ........ขอโทษที่ลืมนะ"

 

ให้ตาย ให้ตาย

 

นึกภาพออกเลย น้ำเสียงแบบนี้ เจ้าแมวน้อยของเขากำลังทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมแบบรู้สึกผิดเต็มประตู น่ารัก!

 

"ฮะๆขอบคุณครับ" วันเกิดปีนี้เขาพอใจแล้ว

 

"มาโกโตะ"

 

"หืม?"

 

"วันอาทิตย์นี้ฉันว่างนะ"

 

...เข้าใจตรงกันว่าไปเที่ยวด้วยได้

 

ให้ตาย ใจเต้นแรงเป็นบ้า

 

กับคนที่ชอบ แค่ได้คุยด้วยก็ใจเต้นขนาดนี้

 

"อื้ม จะรอนะ"

 

"...ฝันดี"

 

สายวางไปแล้ว แต่เขายังใจเต้น

 

วันเกิด กับบทสนทนาไม่ถึง 1 นาที และรอยยิ้มที่หุบไม่อยู่

 

 

 

 

สวัสดีค่ะ Project0เองค่ะ ไม่เจอกันนานนะคะ

เป็นฟิควันเกิดที่แม้แต่ตัวเองก็ยังรู้สึกว่าจะรวบรัดไปไหนวะ (พรากส์)

ธีมวันเกิดปีนี้คือ simply is the best ล้อเล่นค่ะ มาจากชีวิตจริงที่วันที่ 17 พ.ย.ปีนี้ก็วันเกิดเราเหมือนกันและเราต้องอยู่เวร ฟฟฟฟฟ

-เลยลากมาโกะจังมาเหงาด้วย แบบว่าชีวิตคนเรามันก็ต้องแบบนี้ล่ะน่า

รู้สึกตัวอีกทีก็ชอบคู่นี้มา 3 ปีแล้ว ตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ ยาวนานมากๆ(ฮา)

หวังว่าจะชอบและได้คุยกับเหล่าแม่ยกต่อไปอีกเรื่อยๆค่ะ(ฮา)

แฮปปี้มาโกะฮารุค่าาาา

             

  หลังจากมีน้องชายน้องสาวฝาแฝดให้ดูแล มาโกโตะก็ไม่ใช่คนขี้แยอีกแล้ว

 

                จะว่าเพราะความเป็นพี่คนโต? ก็คงแบบนั้น  แต่พอรู้สึกตัวอีกทีเขาก็ไม่เห็นเจ้าคนอ่อนแอ ชอบทำหน้าแหยเพื่อนเลยชอบแกล้ง แค่หกล้มก็ร้องไห้อีก มาโกโตะวัยป.5ที่เขาเห็นอยู่นี้คงจะเป็นตัวอย่างของ "เวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน" อย่างที่คุณยายของเขาชอบพูดบ่อยๆ

 

                เจ้าตัวสูงนำเขาไปแล้ว ท่าทางดูสงบเสงี่ยมขึ้นมาก อีกทั้งความอัธยาศัยดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น แต่ก็ไม่รู้สึกว่าเป็นการพยายามให้น่าหมั่นไส้ สรุปก็คือวางตัวดี แม้จะไม่ได้โดดเด่นก็จริง แต่ก็ยังไม่เคยได้ยินใครว่าร้ายให้มาก่อน  เขาเองซะอีก เมื่อวานตอนทำเวร กำลังไปจะไปล้างผ้าถูห้องที่ห้องน้ำก็ได้ยินเพื่อนคุยกันว่า นานาเสะน่ะ เก่งไปซะทุกอย่างก็จริงแต่มนุษยสัมพันธ์ไม่ดี ทาจิบานะที่ชวนคุยอยู่ข้างเดียวน่าสงสาร ไม่รู้เป็นเพื่อนกันได้ยังไง

 

                เขาเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรและจนตอนนี้ก็ยังไม่เปลี่ยน

 

                นั่นจึงเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยสนใจมาก่อน เพราะมาโกโตะไม่เคยว่าอะไรเลย ที่บ้านก็ไม่เคยว่าอะไรเลยที่เขาเป็นแบบนี้พอเขาเอาเรื่องนี้ไปถามยาย ยายก็ยิ้มหึๆ ลูบหัวเขา แล้วก็บอก "ฮารุกะไม่ค่อยพูดก็จริง แต่ก็เป็นเด็กดีมาก ยายพอใจแล้ว" ถึงจะว่าแบบนั้นเขาก็ยังค้างคาอยู่ มันตีกันระหว่างความขุ่นข้องว่าเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว อย่ามาว่ากันซะให้ยากกับความลังเลว่าหรือจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ลองเปลี่ยนตัวเองบ้างดีไหม

 

                คิดไปคิดมาเขาก็ว่าไร้สาระ เลิกคิดดีกว่า

 

                ประจวบพอดีกับที่อาจารย์สอนจบ คาบต่อไปเป็นวิชาศิลปะ งานวันนี้เป็นวาดรูปสถานที่ในโรงเรียนตามใจฉัน ทุกคนพากันถือกระดานกับกล่องอุปกรณ์ลงไปเจออาจารย์ที่ชั้นล่าง แป๊บๆก็แยกย้ายกัน เขากับมาโกโตะเลือกไปที่สนามหลังโรงเรียน วันนี้อากาศสดใส ต้นไม้ที่แตกกิ่งใบสีเขียวบนน่านฟ้าสีครามพร้อมกับก้อนเมฆขาวๆก็น่าพึงใจอยู่

 

                พอนั่งลงปุ๊บเขาก็เริ่มวาดไปเรื่อยๆ เหมือนเขาจะไม่รู้สึกถึงอะไรอีก จนมาโกะโตะแตะที่หลังเบาๆบอกว่าหมดเวลาแล้ว ตอนกำลังเดินกลับไปด้วยกัน มาโกโตะก็เอาแต่ชมรูปของเขาใหญ่ เขาตอบแค่ 'อืม' ไปตามปกติ ก่อนจะคิดไปถึงเรื่องที่คาใจอยู่จนเมื่อเที่ยง

 

                "เป็นอะไรเหรอ?" หลังๆมานี้พอมาโกโตะถามแบบนี้ทีไร เขาจะสบายใจขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ คล้ายกับคิดไปว่าจะพูดอะไรก็ได้ มีคนพร้อมจะฟังอยู่

 

                เขาเงียบอยู่สักพักกว่าจะยอมพูด "นายมีอะไรไม่พอใจฉันไหม"

 

                "หา?" อย่างที่คิด มาโกโตะทำหน้างง "ยังไงนะ?"

 

                "อย่างเวลาที่นายพูดๆ แล้วฉันตอบแค่ 'อืม' "

 

                ทั้งที่เขาค่อนข้างกังวลเรื่องคำตอบแท้ๆ แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มซะอย่างนั้น

 

                "ถึงฮารุไม่พูดมันก็เขียนอยู่บนหน้านะ ดูออกง่ายจะตาย"

 

                "ฮะ?"

 

                "เอาเป็นว่าฮารุที่เป็นแบบนี้ฉันโอเค"

 

                เท่านั้นเขาก็โล่ง ความกังวลที่เคยมีถูกกลบฝัง พอชักจะเขินกับเรื่องที่คุยมาก็เบือนหน้าหนีไปมองอีกฝั่ง

 

                "แล้วฮารุล่ะ มีอะไรไม่พอใจฉันไหม"

 

  &n